เริ่มเกริ่นว่าจะเขียนลอนดอน(อีกครั้ง) มาตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อน ไม่ได้เริ่มอัพเรื่องเป็นเรื่องเป็นราวสักที

ตั้งแต่ลอนดอนคราวก่อนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้มาครั้งนั้น เพราะมารับการเทรนงานของแผนกใหม่จากต้นสังกัดที่สำนักงานใหญ่ 1 เดือน ..ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้มา อันเนื่องจากงานอีก..

ลอนดอน (อีกครั้ง) ครั้งนี้กำหนดมาทำงานที่สำนักงานใหญ่ทั้งหมด 7 สัปดาห์ ก็เกือบสองเดือน จนวันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์แล้ว .. จะค่อยๆ บันทึกเก็บเรื่องเก็บราว ผ่านบลอคไปทีละนิดทีละหน่อย อัพเดจช้าไปเยอะเลย เพราะวันจันทร์ - ศุกร์ วันทำงาน ไปออฟฟิส กลับที่พัก หมดแรง  Sealed

ความยุ่งยากเรื่องการทำวีซ่าครั้งนี้ ทำซะใจฝ่อและลุ้นน่าดู จนความคาดหวังที่มีโอกาสได้ไปแล้ว กลายเป็นครึ่งๆ กลางๆ จะได้ไปรึปล่าวไม่รู้ ดูเรื่องวีซ่ายุ่งยาก และเยอะสิ่งจัง

ครั้งก่อนทำ Business Visa ไม่ยุ่งยาก ไม่ดำเนินเรื่องนาน เอกสารไม่เยอะ
คราวนี้ทำวีซ่าอีกแบบประเภท TIER 2 Intra Company Transfer อะโห! เรื่องอย่างเยอะ เอกสารก็อย่างมาก ใช้เวลาก็อย่างนานอีก ทำ Work Permit (1 ปี) ด้วย คงเพราะวีซ่า Tier 2 กับเรื่อง Work Permet นี่แหละทำให้ทุกขั้นตอนมันเยอะจัด! .. การเตรียมเอกสาร แผนกบุคคลและสำนักงานกฎหมายของออฟฟิสที่ลอนดอนจัดการให้หมด เริ่มทำ Work Permit ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎา' กว่าจะจัดเอกสาร นัดคิว ยื่นเรื่องเข้าสถานฑูตได้ต้นเดือนตุลา'  Foot in mouth

ด้วยความที่ประเภทวีซ่าเป็น Tier 2 ในเอกสารของการยื่น ต้องมีการตรวจ และรับรองจาก IOM (องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน) ว่าปลอดจากการเป็นวัณโรค .. โชคดีมีคนยกเลิกคิวนัดของ IOM เลยเสียบคิวต่อภายในวันที่ติดต่อสอบถาม เสียเวลาเกือบวันเรื่องนี้ ไป IOM ทำเอกสารส่งตัวไปเอ็กซ์เรย์ - รับฟิลม์เอ็กซ์เรย์จากโรงพยาบาลที่ IOM จัด (มีแค่ 2 โรงพยาบาลให้เลือกไปมี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กับพญาไท2) กลับเอาฟิลม์ไปให้แพทย์ที่ IOM ดู ถ้าปลอดจากการเป็นวัณโรค ก็ถึงจะได้ใบรับรอง .. เอกสารจะมี 2 ใบ ใบนึงรับรองว่าดูจากฟิลม์ฯ นั้นเราปกติดีรึปล่าว ส่วนอีกใบที่สำคัญคือ เป็นวัณโรครึปล่าว (คนที่เป็นใบรับรองก็ไม่ถูกออกให้อยู่แล้ว)

ตอนถึงคิว .. รับรู้เรื่องและเอาฟิลม์เอ็กซ์เรย์ มาคุยกันที่ IOM ลุ้นนิดหน่อย ถึงจะมั่นใจว่าเราไม่เป็นวัณโรคแน่ๆ ละ ..
หมอบอกว่า " โอเค ไม่มีปัญหาเรื่องการรับรองเข้าประเทศอังกฤษ แต่ใบรับรองใบนึงต้องลงในช่องที่เป็น Abnormal นะ " ((แป่วววว!!) เพราะผลเอ็กซ์เรย์ผิดปกติที่กระดูกสันหลัง
หมอถามว่า " ไม่ปวดหลังบ้างหรอ "
เราตอบว่า " ปวดเป็นปกติ ปวดๆ เมื่อยๆ ชอบนวดแบบนวดไทยด้วยค่ะ "
หมอบอกว่า " ไหนๆ ก็เห็นฟิลม์แล้ว ขอพูดหน่อย กระดูกสันหลังตอนบนโค้งผิดรูป ขอแนะนำให้ไปหาหมอกระดูก ทำกายภาพบำบัด น่าจะดีขึ้น ไม่เกี่ยวกับเมื่อยๆ หรอก"
         
 
เพราะใบรับรองนั่นอีกแหละ...
ตอนผ่านด่านคนเข้าเมืองที่อังกฤษ หลังจากรอคิวอันแสนนานแต่เช้าแล้ว ยังช้าและช้าเข้าไปอีก .. เจ้าหน้าที่รับพาสปอร์ต ถามๆ ตอบๆ เรื่องการเดินทาง วัตถุประสงค์ และเรื่องงานมาทำอะไร อย่างไรนิดหน่อย แล้วพอขอดูใบรับรองจาก IOM เห็นใบแรกลงว่า Abnormal ส่งเล่มคืนเลย! แล้วบอกไปที่ Health Control ก่อน ค่อยกลับมาอีกครั้ง ............

โอ้ววว แม่เจ้า คิวยาวๆๆๆๆ กว่าจะถึง ต้องไปโน่น แล้วมานี่อีก ในห้อง Health Control มีห้องที่ให้เอ็กซ์เรย์ด้วย มีคนก่อนหน้าเราอยู่ 2 คนกำลังตรวจอยู่ ..
ถึงคิวเรา ก็ไม่ต้องตรวจ เพราะถึงแม้ว่าเอกสารใบแรกจะลงว่า Abnormal แต่ก็ปลอดเชื้อวัณโรค ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ต้องให้แผนก Health Control ของเค้าประทับตรารับรองอีกครั้ง ประทับตราปังๆ เสร็จแล้วเข้าช่องพิเศษ ไม่ต้องต่อคิวใหม่ ประทับตราผ่านเข้าเมืองได้ .. เครื่องลง 7.30 น. กว่าจะออกจากสนามบินได้เกือบ 11 โมง (. . ')
 
         
 
เดินทางเข้าเมือง โดยรถไฟด่วน ฮีลโทรลเอ็กซ์เพลส มาลงสถานีรถไฟในเมือง แบบเดียวกับแอร์พอร์ตลิงค์บ้านเรานั่นละคะ สะดวก ไม่แพง (ถ้าเทียบกับการนั่งแท็กซี่) และรวดเร็ว .. มาจากสนามบินก็ยังธรรมดา เพื่อนร่วมทางตลอดเส้นทางก็กระเป๋าใบโตๆ ด้วยกันทั้งนั้น พอจากสถานีรถไฟแรก มาสถานีรถไฟใกล้ๆ ที่พักนี่สิ กระเป๋าใบโตหนัก 25 กิโล เป้ใส่โน๊ตบุคบนหลังอีกเกือบ 4 กิโล กระเป๋าสะพายข้างส่วนตัวอีกใบนึง =.= ทำไมชักทุลักทุเลอย่างงี้ก็ไม่รู้
 
เข้าที่พัก ที่อยู่แถว Bayswater ทำเลที่ตั้งอพาร์ทเม้นท์แจ่มมาก สะดวก สบาย จับจ่ายอาหารการกินดีสุดๆ เดินไปสถานีรถไฟใต้ดินก็ไม่นาน ..
ออฟฟิสลอนดอนจองให้กับพนักงานที่มาร่วมโปรเจคคราวนี้ 5 คนทั้งหมด พักกันคนละห้องมีผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 2 คน .. จากออฟฟิสนิวยอร์ค โตเกียว ซิดนีย์ จาการ์ต้า และเราจากกรุงเทพฯ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน .. วันจันทร์นัดเจอที่ล็อบบี้ ก่อนออกไปออฟฟิสพร้อมกัน

วันแรกและคืนแรกนอนไปวันเดียว ขอเปลี่ยนห้องเลย จริงๆ แล้วในห้องเค้าน่ารัก หน้าต่างบานโต โซฟาสบายๆ ก็โอเค แต่ว่าติดริมถนน และเป็นชั้นใต้ดิน มีหน้าต่างเปิดไปแหงนหน้ามองขาคนเดินริมถนนได้ เสียงดังทั้งจากรถยนต์ และคนเดินริมถนนไม่เบาเท่าไหร่เลยนะ .. ต้องนอนห้องนี้อีก 48 คืน ไม่ไหวมั้ง ขอย้ายดีกว่า ...

คืนที่สองจนปัจจุบันนี้ก็ได้พักอีกห้องนึง อยู่ชั้น 1 ด้านใน ( 2 รูปล่าง) ไม่ติดถนน มองเห็นฟ้านอกหน้าต่างบานเล็กกว่าเดิมหน่อย แต่บรรยากาศห้องดีกว่าเดิมมาก ใหญ่กว่าเล็กน้อย โอเคเลย 
 
        
 
ถึงลอนดอนวันเสาร์ที่ 2 ตุลา'
ได้รับข่าวสารล่วงหน้าฉลองการเริ่มทำงานเลยว่า วันอาทิตย์ที่ 3 และวันจันทร์ที่ 4 ตุลา
รถไฟใต้ดิน (Tube ) จะ strike หยุดการวิ่งรถใต้ดินหลายๆ สาย อืมม แล้ววันจันทร์
ไปที่ทำงานวันแรกจะเป็นอย่างไงเนี่ย!!
 


ShoutMix chat widget