ชื่อเรื่องเดิมตามที่ได้รับฟอร์เวิลด์เมล์มามีชื่อว่า " นิทานกระต่ายกะเต่า ฉบับ MBA " นะคะ
เปลี่ยนแปลงชื่อเรื่องนิดหน่อยค่ะ เนื้อหาเป็นสาระสำคัญดี เลยเอามาแบ่งปันกันอ่านตรงนี้ด้วย

ฉันว่าเป็นเรื่องราวของนิทานที่เปรียบเทียบ เปรียบเปรยและมีความน่่าจะเป็นจริงได้ตามนั้น ก็ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์อย่างเค้าว่ากันนิเนอะ .. กระทั่งนิทานกระต่ายกับเต่ายังมีเรื่องให้เล่า เปรียบเปรยกับสิ่งแวดล้อม ความคิด กับพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนทันยุคทันสมัยว่ากันไปความเป็นจริงที่เห็นๆ กันอยู่ 




กาลครั้งหนึ่ง เจ้าเต่ากับกระต่ายเถียงกันว่าใครเร็วกว่ากัน ทั้งคู่จึงตกลงที่จะวิ่งแข่ง ก็มีการกำหนดเส้นทางวิ่งแล้วก็เริ่มการแข่งขัน เจ้ากระต่ายนำโด่งมาไกลก็เลยชะล่าใจ คิดว่าพักผ่อนใต้ต้นไม้ซักกะแป๊บนึงก่อนแข่งต่อก็คงดี ไปๆมาๆก็ง่วงสิ ตื่นมาอีกทีเจ้าเต่าก็คว้าแชมป์ไปแล้ว

นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่า ช้าๆแต่มั่นคงสามารถเอาชนะได้ (เหมือนกัน)
นี่เป็นเวอร์ชั่นเด็กๆ ที่เราคุ้นหูกัน
ไม่นานมานี้มีคนเล่าเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าสนใจให้ฟัง ต่อเลยนะ ...

เจ้ากระต่ายสันหลังยาวก็อารมณ์บ่จอยตามระเบียบที่แพ้ มันจึงค้นหาจุดอ่อนของตนเอง
มันก็พบว่าความมั่นใจในตัวเองเกินไปบวกกับความขี้เกียจ ของมันนั่นแหละที่ทำให้แพ้
ถ้ามันไม่เผลอหลับซะอย่าง เต่าหน้าไหนจะเอาชนะมันได้

มันจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง
เจ้าเต่าก็ตกลง ....
แน่นอนว่าครั้งนี้ เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น กระต่ายชนะขาดลอย

เราได้ข้อคิดอะไรล่ะ...

ต่อให้ช้าแต่ชัวร์ ยังไงก็แพ้เร็วและสม่ำเสมอ
ถ้าเราเปรียบเทียบคนสองคนในองค์กรของเรา
คนนึงช้าจริง ทำอะไรมีระบบระเบียบแบบแผน
แต่ทำอะไรๆไม่เคยพลาด ไว้ใจได้แน่นอนในผลงานของเขา
เทียบกับอีกคนนึงที่เร็ว และก็พอไว้ใจได้ในสิ่งที่เขาทำ
คนที่เร็วกว่ามักจะประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้าในองค์กรนั้นๆ มากกว่า


(ซิกแซกไม่เป็น อะไรลัดได้ เร็วได้ก็ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าทำ ผลงานก็เลยน้อยมั้ง)
ไอ้ช้าแต่ชัวร์น่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ให้เร็วและพอใช้ได้นี่ดีกว่า...


เรื่องยังไม่จบแค่นี้ ..
คราวนี้ถึงทีเจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวเองบ้าง
และมันก็พบว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะชนะกระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบที่เป็นอยู่นี้
มันก็คิดอยู่ซักครู่หนึ่งก็ไปท้ากระต่ายแข่งใหม่ แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย

เจ้ากระต่ายก็ว่าย่อมได้อยู่แล้ว

พอการแข่งเริ่มปุ๊บ เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้อออกไปเต็มสปีดเลย
จนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง “เฮ้ย!!!..เวรกรรม ต้องข้ามแม่น้ำ ทำไงล่ะตู...”
เส้นชัยอยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่เลย

เจ้ากระต่ายมัวแต่เง็งว่าจะทำไงดี
จนเจ้าเต่าคืบคลานมาทันแล้วก็จ๋อมลงน้ำว่ายข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัย

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...
พิจารณาจุดแข็งของตนให้ดีแล้วพยายามเปลี่ยนสนามการแข่งขันให้
ตนเองได้เปรียบมากที่สุด


ย๊างงง ยังไม่พอ มีต่อ ...
ด้วยน้ำใจนักกีฬา ครั้งนี้เจ้าเต่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว
ต่างคนต่างมาระดมสมองคิดด้วยกัน หากทั้งสองร่วมมือกัน การแข่งแบบเมื่อครั้งล่าสุด
จะช่วยให้ทำเวลาได้ดีขึ้น ดังนั้น พวกมันจึงคิดจะแข่งอีกครั้ง แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบทีมเวิร์ค

เริ่มต้นเจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งไปด้วยความเร็วสูง
จนถึงริมแม่น้ำแล้วเจ้าเต่าก็ให้กระต่ายขี่หลังว่ายข้ามไป
พอข้ามฝั่งเจ้ากระต่ายก็แบกเจ้าเต่าวิ่งต่อจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน

ผลการแข่งครั้งนี้
สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่ายมากกว่าการแข่งครั้งก่อนๆหน้านี้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...
การมีจุดแข็งและความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี
แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ยังไงก็ไปไม่รอด เพราะมันจะมีบางสถานการณ์
ที่เราเจ๋งคนอื่นเจ๊ง ในขณะที่บางสถานการณ์เราเจ๊งแต่คนอื่นเจ๋ง

ทีมเวิร์คสำคัญตรงที่การกำหนดผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์
ให้ผู้ที่มีความถนัดกับสถานการณ์นั้นๆเป็นผู้นำกลุ่มในแต่ละช่วง
สถานการณ์ที่เหมาะกับความสามารถของเขา


นอกจากนี้เรายังได้บทเรียนอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า
ไม่ว่าเต่าหรือกระต่าย
ไม่มีใครที่คิดเลิกล้มหรือท้อแท้หลังจากความความล้มเหลวได้เกิดขึ้น

.. กระต่ายแก้ไขจุดบกพร่องของตนเองโดยการทำงานที่หนักขึ้น และ
เพิ่มความมุมานะในงานของตนเองหลังจากพบความล้มเหลว

.. ส่วนเต่าได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนใหม่ เพราะตัวมันเองได้ทำงานหนัก
ที่สุดเท่าที่มันจะสามารถทำได้แล้วในชีวิต

เมื่อเราพบกับปัญหาหรือความล้มเหลว
บางครั้งเราก็ควรจะทำงานให้หนักขึ้น และมีความเอาใจใส่ในงานมากกว่าเดิม
บางครั้งก็ควรเปลี่ยนแผนการทำงาน และทดลองในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างออกไป
บางครั้งก็จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างเลย

นอกจากนั้น ..
กระต่ายกับเต่าก็ได้บทเรียนที่สำคัญอีกอย่างคือ เมื่อเราหยุดการแข่งขันกับ
ตัวบุคคล แล้วหันมาแข่งขันกับสถานการณ์แทน จะได้ผลลัพท์ที่ดีขึ้นมาก ..



จะว่าไป ..
ฉันเหมือนเต่าเลยนะค่อยก้าวค่อยเดิน ไม่มั่นใจก็ไม่อยากทำเคยเปลี่ยนเป็นวิ่งเร็วๆ แถมยังกระโดด (อีก) อย่างกระต่ายบ้าง บางเรื่องมันก็รอด บางเรื่องมันก็ไม่รอด เสี่ยงบ้าง ไม่กล้าเสี่ยงน่ะมากกว่า


ถ้าเป็นเต่า ฉันก็คงไม่ใช่เต่านักท้า นักแข่งขันกับกระต่าย หรือกระทั่งกับเต่าตัวอื่นๆ
ฉันก็ค่อยๆ เดินของฉันไป บางครั้งย้อนกลับไปดู (( เออ! วันนี้เดินเร็วกว่าเมื่อวานเนอะ ))
วันนี้ก็ยังคงเดินต่อไป เร่งฝีเท้าขึ้นบ้าง หากได้เจอได้ทำอะไรที่มั่นใจเต็มที่ ๆ  ไม่เคยรู้สึกว่าทนไม่ได้จนแดดิ้นหรือต้องเร่งฝีเท้าให้ฝุ่นตลบ จนไม่ดูกำลังตัวเองเพื่อให้เท่ากับคนอื่นๆ ที่เค้าต่างเร่งฝีเท้าวิ่งๆ แข่งกันให้ถึงเส้นชัยจนไม่เห็นฝุ่น .. ฉันรู้สึกดีได้และดีได้มาก แค่วันนี้ของฉันดีกว่าวันวานของฉันที่ทำมา ..ก็พอใจแล้ว


                     

 

Comment

Comment:

Tweet

big smileHot!

#10 By fernzzz on 2009-11-06 19:10



#9 By Here Be.๛๛๛๛ on 2009-11-06 19:04

big smile

#8 By mamphis on 2009-11-06 17:52

ร่วมด้วยช่วยกันconfused smile

#7 By wesong on 2009-11-06 17:19

เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ...


อืม..อวยพรวันเกิดล่วงหน้าให้คุณหมูดีด้วยนะคะ

ขอให้คุณหมูดี
มีความสุขในหัวใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตนะคะ

คิดถึงจ้ะ..

big smile open-mounthed smile

#6 By 12345 on 2009-11-06 16:39

ถึงพยามแค่ไหนก็ข้ามกำแพงที่เรียกว่าพรสวรรค์ไม่ได้อยู่ดี
เพียงแต่คนสามัญที่มีดีแค่คนละด้านก็ใช่ว่าจะเอาชนะไม่ได้
ถ้าร่วมมือกัน^^

#5 By YUHANKUNG on 2009-11-06 15:49

big smile อยู่ร้านเกมครับ

เม้นไว้ก่อน เด๋วกลับมาอ่าน

^^

#3 By ไส้ติ่ง on 2009-11-06 15:44

กระต่ายกับเต่าเวอร์ชั่นใหม่ ^ ^

Hot! Hot!

#3 By Littletail on 2009-11-06 15:44

ได้ข้อคิดเวลาทำงานดีมากเลยครับ
โปะดาวให้เลย Hot! Hot!

#2 By chechronicle on 2009-11-06 15:41

อ่ะ โดนใจ
แต่มีข้อสงสัย เดี๋ยวขอหลังไมค์ดีที่สุดHot! Hot! Hot! Hot!

#1 By ta_THINK_nhong on 2009-11-06 15:36


ShoutMix chat widget