สภาพเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ทั่วโลก มีอะไรกระทบกับคุณกันบ้างไหมคะ ?

ถ้ายังเป็นนักเรียน นักศึกษาอยู่ อาจจะไม่เห็นชัดเท่าไหร่ แต่นิสิต นักศึกษาที่เพิ่งจบ บางคนคงถูกกระทบกันบ้างแล้วกับการหางานยากขึ้น พอยิ่งยาก ก็เริ่มท้อ เริ่มท้อ ก็เริ่มหมดแรง .. อย่างที่คนพูดว่า " ไม่เจอเอง ไม่รู้หรอก เรื่องแบบนี้ "  ไม่มีใครรู้สึกแทนกันและกันได้ในเรื่องที่ถูกกระทบอยู่ของแต่ละคน  เพื่อนฉันเคยตกงานแต่ไม่กล้าบอกให้ทางบ้านรู้ เกรงว่าจะเป็นห่วง ตอนเช้าขับรถออกจากบ้านตามปกติทุกวัน เสมือนว่าออกไปทำงาน ตะลอนๆ ทั้งวันแบบไม่รู้จะไปไหนดี แล้วกลับเข้าบ้านตอนเย็น วันนึง สัปดาห์นึง อาจจะไม่เท่าไหร่ พอไปถึงเดือนนึง เข้าเดือนที่สอง เข้าเดือนที่สาม ยังหางานใหม่ไม่ได้ สติเริ่มแตก ความเครียดเต็มอัตรา .. นั่นคือเหตุการณ์หลายปีก่อน

สภาวะเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ทั่วโลกตอนนี้
คนทำงานวงการท่องเที่ยวอย่างฉันได้รับผลกระทบบ้างแล้วค่ะ ...
บริษัทของฉันมีการปรับโน่นนี่ หลายๆ จุด บริษัทเดียวกันในประเทศอื่นๆ ถูกกระทบมากน้อยต่างกัน ปรับเปลี่ยนและจัดการแตกต่างกันไปบ้าง แม้จะเป็นบริษัทเดียวกันก็ตาม

ผลกระทบคร่าวๆ ที่ได้รับ หากเทียบแล้วยังไม่รุนแรงเท่าเหตุการณ์ 911 ที่ตึกแฝดโดนเครื่องบินชนหลายปีก่อนโน่น ครั้งนั้นวงการท่องเที่ยวกระทบเยอะมาก ผู้คนไม่กล้าเดินทาง นักท่องเที่ยวหาย ทัวร์ขายไม่ได้ โรงแรมไม่มีคนพัก เครื่องบินไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้น ความเข้มงวดของการตรวจสัมภาระที่สนามบินต่างๆ มีมากขึ้น เรื่องเยอะ เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด ครั้งนั้นผลกระทบแบบสายฟ้าแลบ ตัดโน่นนี่เยอะแยะ รวมทั้งการคัดพนักงานออก ภาวะแช่แข็งอย่างรุนแรงเกิดขึ้นโดยไม่มีข้อสงสัยว่าทำไม

เนื่องจากผลกระทบปีนี้นโยบายแต่ละประเทศของบริษัทที่ฉันทำงานไม่เหมือนกัน น่าจะให้จัดการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับกันเอง เพื่อให้บริษัทดำเนินไปได้โดยไม่กระทบการให้บริการลูกค้าในคุณภาพดีเหมือนเดิม รวมถึงสวัสดิภาพการเป็นพนักงานยังคงอยู่เช่นเดิมด้วย..

ไม่มีใครตอบได้ว่ามันจะดีขึ้นเมื่อไหร่ หวังแค่ว่าจะแย่ๆ ไม่เกินปี สถานการณ์แบบนี้น่าจะคลี่คลายและค่อยๆดีขึ้น

พนักงานเงินเดือนอย่างฉัน เข้าใจและยอมรับได้กับนโยบายการแก้ไข ปรับเปลี่ยนของบริษัทที่พยายามควบคุมค่าใช้จ่าย  เพื่อให้บริษัทและทุกคนอยู่รอดไปด้วยกัน ..
   ๐ ไม่มีปาร์ตี้ทุกสิ้นเดือน .. (ไม่เป็นไร รับได้ )  
   ๐ ไม่มีปาร์ตี้ตอนสิ้นปี .. ( ไม่เป็นไร รับได้ )  
   ๐ ไม่มีค่าอาหารเย็นสำหรับคนทำงานดึก .. (ไม่เป็นไร รับได้ )  
   ๐ ไม่มีงบประมาณเดินทาง Education Trip แต่ Bussiness Trip ยังมีอยู่ตามเนื้องาน ..
       (ไม่เป็นไร รับได้ ) 
   ๐ ไม่มีค่าทำงานล่วงเวลา .. ( ไม่เป็นไร รับได้ ) 
   ๐ ไม่มีการปรับเงินเดือนขึ้นปีนี้ .. ( แฮ่! เป็นไรนิดหน่อย แต่รับได้ ) 
   ๐ ไม่มีการลดเงินเดือน .. ( ขอบคุณค่ะเจ้านาย )
   ๐ ไม่มีการคัดพนักงานออก .. (ก็ถือว่าดีที่สุด สำหรับสถานการณ์แบบนี้แล้วนะ )

ไม่มีใครเข้าใจ และยอมรับได้เหมือนกันทุกคนหรอกนะคะ บางคนรับได้ บางคนรับไม่ได้บ้าง น้องๆ บางคนถูกโยกย้าย เปลี่ยนแผนกให้ทำงานหน้าที่ใหม่ ที่หนักกว่าเดิม ยากกว่าเดิม เพราะส่วนที่เค้ารับผิดชอบเดิม งานลดน้อยลงมาก ในขณะที่ยังมีแผนกอื่นๆ ที่งานเยอะ ต้องการคนทำงานเพิ่ม แต่ไม่สามารถรับสมัครคนใหม่เข้าทำงานได้ตลอดปีนี้.. บางคนถูกมอบหมายงานใหม่เพิ่มขึ้น โดยไม่มีค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นตามงานที่มากขึ้นนั้น ค่าล่วงเวลาถูกตัดซะด้วย บ้างก็รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบจากการทำงานเพิ่มมากขึ้น บ้างก็รู้สึกทำไมต้องเป็นตัวฉันที่ถูกโยกย้าย ..

ฉันได้รับฟังและให้ความคิดเห็นส่วนตัวแต่ละเรื่องบ้าง เพราะฉันต้องเป็นคนสอนงานที่เกี่ยวกับระบบของแผนกใหม่สำหรับคนที่ถูกโยกย้ายอยู่หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ได้คุย ได้ให้คำปรึกษา แนะนำไปบ้าง บางคนเฝ้าถามโน่นนี่นั่น รู้สึกหงุดหงิด รู้สึกเสียใจ แอบร้องไห้ว่าทำไมต้องเป็นเราที่ถูกเลือกให้ย้ายไปทำงานใหม่ 

ฉันได้บอกน้องๆ ตามมุมที่ฉันมอง อย่างเรื่องการเลือกคนไปทำอะไรที่ยากขึ้น ต้องมานั่งเรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากมาย ยุ่งยาก แล้วต้องทำให้ได้เนี่ย ผู้ใหญ่เค้าไม่ได้เลือกคนที่แย่ที่สุดในแผนกเดิม เพื่อต้องไปทำงานที่ยากขึ้นในแผนกใหม่หรอกนะ! ทำไมต้องรู้สึกเศร้า เสียใจ รู้สึกแย่ น้อยใจ ว่าทำไมๆ ต้องเป็นเราอยู่นั่นแหละ .. เค้าก็ต้องดูแล้วสิว่า คนนี้พอจะมีความสามารถที่จะทำงานยากขึ้นได้ แนวโน้มดี หน่วยก้านดี ถึงโยกย้ายให้ไปช่วยงานแผนกอื่น .. หากเลือกคนที่ทำงานแย่ที่สุดในแผนกเดิมมา มันจะไปไหวหรอ ? กับงานที่ยากขึ้น ถ้างานเดิมของคนนั้นๆ ยังทำไม่ค่อยจะดีเลย...เข้าใจไหม !? 

ฉันแปลกใจกับการปิดรับทุกทาง ไม่ฟังอะไร เพื่อได้โอกาสเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ โอกาสได้ทำอะไรที่ยากขึ้น ได้ทำอะไรแปลกไปกว่าเดิม ..
...
ฉันง