มองกันผิดๆ หรือเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ
posted on 17 Dec 2008 01:01 by moodee
พี่ที่ร่วมงานกันส่งเมล์มาให้ฉันและน้องที่นั่งใกล้ๆ ได้อ่าน อ่านแล้วพยักหน้างึกๆ น้องอีกคนว่า ถ้าส่งต่อเป็น FW เมล์ถึงบางคนหรือหลายคน จะโดน แบบโดนต่อว่าหรือโดนด่ากลับมาไหมเนี๊ยะ !!
" 11 การทำงานแบบคนไทย ในมุมมองของชาวต่างชาติ " .. น่าจะเป็นส่วนใหญ่ที่เค้ามองเห็นและคิดว่าแนวโน้มมักจะเป็นอย่างนั้น
แล้วที่เค้ามองนั่น .. มองไว้และสรุปไปผิดๆ หรือส่วนใหญ่แล้วเราเป็นกันอย่างนั้นจริงๆ ?!
.
.
1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง
คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำ อยู่อย่างนั้น ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่หรือไม่ก็ถึงกับถูกต่อต้านก็มี
- เจฟฟรีย์ บาร์น -
2. การโต้แย้ง
เมื่อมีการเจรจา คนไทยจะไม่กล้าโต้แย้ง ทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียเปรียบ ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกม บางคนบอกว่ามีนิสัยอย่างนี้เรียกว่า “ ขี้เกรงใจ ” แต่สำหรับฝรั่งแล้ว นิสัยนี้จะทำให้คนไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร
- ทานากะ โรบิน (จูเนียร์) ฟูจฮาระ -
3. ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด
เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทย คือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมา ทั้งๆ ที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่แพ้ฝรั่งเลย แต่มักจะเก็บความสามารถไว้ไม่บอกออกมาให้เจ้านายได้รู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้ว เลยไม่บอกเพราะเห็นว่าไม่ถามอะไร ทำให้ทำงานกันไปคนละเป้าหมาย หรือทำงานไม่สำเร็จ เพราะคนที่รับคำสั่งไม่รู้ว่าถูกสั่งให้ทำอะไร
- ไมเคิล วิดฟิล์ค -
4. ความรับผิดชอบ
4.1. ฝรั่งมองว่าคนไทยเรามักไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า ทั้งๆ ที่งานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งงานไหนให้เวลาในการทำงานนานก็จะยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานออกมาแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ควร
4.2. ไม่ค่อยยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าให้เซ็นชื่อรับผิดชอบงานที่ทำ คนไทยจะกลัวขึ้นมาทันที เหมือนกับกลัวจะทำไม่ได้ หรือกลัวจะถูกหลอก
- สเตฟานี จอห์นสัน -
5. วิธีแก้ไขปัญหา
คนไทยไม่ค่อยมีแผนการรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า หลายครั้งที่ฝรั่งพบว่าคนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร ต้องรอให้เจ้านายสั่งลงมาก่อน แล้วค่อยทำตาม ถ้านายเจ้านายไม่อยู่ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด
- ดร.มาเรีย โรเซนเบิร์ก -
6. บอกแต่ข่าวดี
คนไทยมีความเคยชินในการแจ้งข่าวที่แปลกมาก คือ ..
6.1. จะไม่กล้าบอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งบานปลายไปเกินแก้ไขได้จึงค่อยเข้ามาปรึกษา
6.2. จะเลือกบอกแต่สิ่งที่คิดว่าเจ้านายจะชอบ เช่น บอกแต่ข่าวดีๆ แทนที่จะเล่าไปตามความจริงหรือถ้าหากเจ้านายถามว่า จะทำงานเสร็จทันเวลาไหม ก็จะบอกว่าทัน (เพราะรู้ว่านายอยากได้ยินแบบนี้) แต่ก็ไม่เคยทำทันตามเวลาที่รับปากเลย
- โจนาธาน ธอมพ์สัน -
7. คำว่า “ไม่เป็นไร”
เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยทุกคน ทำให้เวลามีปัญหา ก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ และจะไม่ค่อยหาตัวคนทำผิดด้วย เพราะเกรงใจกัน แต่จะใช้คำว่า “ไม่เป็นไร” มาแก้ปัญหาแทน
- เจนิส อิกนาโรห์ -
8. ทักษะในการทำงาน
8.1. ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ถ้าทำงานเป็นทีมมักมีปัญหาเรื่องการกินแรงกันบางคนขยันแต่บางคนไม่ทำอะไรเลย บางทีก็มีการขัดแย้งกันเองในทีม หรือเกี่ยงงานกันจนผลงานไม่คืบหน้า
8.2. ไม่ค่อยมีทักษะในการทำงาน แม้จะผ่านการศึกษาในระดับสูงมาแล้ว และไม่ค่อยใช้ความพยายามอย่างเต็มทีเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด
8.3. พนักงานชาวไทยที่รู้จักส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าไรนัก แล้วไม่ค่อยชอบหาความรู้เพิ่มเติมแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานก็ตาม
- เดวิด กิลเบิร์ก -
9. ความซื่อสัตย์
พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มาสาย ขาดงานโดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน
- เฮเบิร์ก โอ ลิสส์ -
10. ระบบพวกพ้อง
คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อข้าวของภายในสำนักงาน พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆ มาก่อนโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา การให้ความช่วยเหลือเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่แย่มาก และเมื่อพบว่าเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้อง และทำไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง
- มาร์ค โอเนล ฮิวจ์ -
11. แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
11.1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
11.2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลาย นำไปสู่ข่าวลือและการนินทากันภายในสำนักงาน
11.3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที่
11.4. ไม่ยอมรับความผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ
11.5. ต้องการเงินมากขึ้นแต่กลับไม่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย
- วิลเลี่ยม แมคคินสัน -
สำหรับฉันเห็นจากคนรอบๆ ตัว ทั้งใกล้บ้าง ไกลบ้าง ได้เห็นและรับรู้ รวมทั้งประสบการณ์ตรงจากตัวฉันเองเหมือนกัน ฉันว่ามันเป็นอย่างนั้นเยอะนะคะ แม้มันจะไม่ใช่ 99 หรือ 100% ก็ตามแต่มันเกินครึ่งมามากพอดู
ฉันไม่กล้าแนะนำหรืออยากสอนอะไรใครมากหรอกค่ะ ไม่บังอาจขนาดนั้น เอาแค่ตัวฉันเองก่อน สิ่งหนึ่งที่ฉันพยายามจะให้เป็น ให้ได้ และให้ดีที่สุด คือขอให้ตัวเอง " รู้คิด รู้ทำ ในสิ่งที่ควร "
จาก 11 มุมมองที่เค้าว่าไว้อย่างนั้น ...
หากมีข้อไหนที่คุณรู้สึกว่า มันช่างเข้าตัวเหลือเกิน !!
ฉันสนับสนุนนะคะ ลองปรับ ลองเปลี่ยนมุมที่คิดและทำในทิศทางตรงกันข้ามดูบ้าง
กล้าพูด กล้าคิด มีเหตุผล ไม่ใช่แรงจนกลายเป็นก้าวร้าวหรือแสดงความอวดดี อวดเก่ง
ฉันว่าต่างคนต่างก็มีวิธีคิดและการปฎิบัติแตกต่างกันไป ..
ไม่จำเป็นต้องเก่งกล้าเหนือใครหรือต้องก้าวร้าวใส่คนอื่น
แต่การทำในเรื่องที่ถูกต้อง ในสิ่งที่ควรจะเป็น .. ก็น่าคิด น่าทำ ไม่ใช่รึ !?
.
จะว่าไปแล้ว ไม่จำเพาะเจาะจงคนทำงานเท่านั้นหรอกนะคะ .. เยาวชน วัยทีน วัยที่กำลังหล่อหลอมความคิด ความอ่าน สะสม เสริมสร้างพฤติกรรม ว่าจะเป็นแบบไหน อย่างไร ในความเป็นตัวตนของเราวันนี้ และวันต่อๆ ไป จนถึงวัยทำงานโน่นเลย
) ที่มันแปลว่ามืออาชีพอ่ะครับ สิ่งที่ควรทำ ต้องทำ เรามักไม่ทำ...
ก็คนนี่เนาะ
จำไม่ได้แล้วว่าบล็อกไหน

โดนแทงใจดำอย่างแร็งค่า
#1 By b613 ดาวถัดมา on 2008-12-17 01:51