รับแทคเวอร์ชั่น 2  ของน้องแนน ที่ต่อจาก Tag เรื่องเรียนคณะต่างๆ.. อย่างมีกึ๋น มาเป็น ทำงาน ?? อย่างมีกึ๋นบ้าง

ฉันขอร่วมแบ่งปันข้อมูลคนทำงานในวงการท่องเที่ยว เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครที่สนใจเกี่ยวกับงานในวงการนี้คร่าวๆ ว่าเค้าทำอะไรกันบ้าง มีอะไรที่ " ใช่ " หรือ " ตรง " อย่างที่เพื่อนๆ น้องๆ อยากทำหรือคิดไว้รึปล่าว

ขอบอก  :  เอนทรีนี้ยาวแน่ๆ เลยค่ะ (เขียนจบแล้วย้อนมาบอกอีกทีว่า ยาวจริงๆ)

ขออนุญาติ :  กระเดะระดับ 2   ใช้ภาษาไทยและอังกฤษปะปนกัน เพราะหลายๆ คำ ใช้ทับศัพท์จนเป็นเรื่องปกติสำหรับคนในวงการทัวร์ บางคำเป็นภาษาไทยมันทะแม่งๆ ด้วยความไม่คุ้นน่ะค่ะ

วงการท่องเที่ยวที่หลายคนนึกถึงคงเป็นบริษัทท่องเที่ยวหรือบริษัททัวร์ นอกจากนี้ยังมีอีกอย่างในวงการท่องเที่ยวคือ ทราเวิลเอเจนซี่ หรือ Land Operator ด้วยนะคะ
๐ ฉันเคยทำงานในบริษัทท่องเที่ยวมาด้วย แต่ปัจจุบันทำบริษัทที่เป็น Land Operator ค่ะ

ตลาดท่องเที่ยวหลักๆ มี 3 แบบ
- Domestic Tour .. คนไทย เที่ยวในเมืองไทย
- Inbound Tour .. คนต่างชาติ มาเที่ยวเมืองไทย รวมทั้งแถบอินโดไชน่าด้วย
- Outbound Tour .. คนไทย ไปเที่ยวต่างประเทศ


ถ้าเป็นบริษัทท่องเที่ยว/บริษัททัวร์ บางแห่งทำทั้ง 3 ตลาด บ้างก็เน้นไปตามถนัด บริษัทท่องเที่ยวก็มีหลายๆ แผนก เค้าก็จะเป็นคนจัดการให้ลูกค้าเดินทาง ทำวีซ่าให้ มีคนนำทัวร์ไปด้วย เรียกว่า " หัวหน้าทัวร์ " ไว้จะมาเล่าเรื่อง " จะเป็นหัวหน้าทัวร์ " อีกรอบดีมั๊ย ?  (เรื่องของหัวหน้าทัวร์ เขียนไว้ต่อจากเอนทรีนี้แล้ว เอามาแปะ > ถ้าอยากจะเป็นหัวหน้าทัวร์ < ลองอ่านดูนะคะ )


เล่าเรื่องงานในแบบ Land Operator อย่างที่บริษัทฉันทำก่อนดีกว่าค่ะ .. นิดนึงค่ะบริษัทที่เป็น Land Operator ขนาดเล็ก-ใหญ่ต่างกัน บางแห่งอาจจะมีแค่ไม่กี่คน มีไม่กี่แผนก หลักๆ ต้องมี Sale กับ Operation แน่นอน ที่ฉันจะเล่าเป็นองค์กรที่ฉันทำงานอยู่ ซึ่งค่อนข้างใหญ่ มีครบหรือเกือบครบวงจรในงานแบบ Land Operator 

Land Operator เค้ามีอะไรให้ทำกันบ้าง และเป็นอย่างไร ?
๐ ให้บริการกับลูกค้าของเรา
ลูกค้าของเรา คือ บริษัททัวร์ทั้งหลายที่มีอยู่นั่นเอง เราไม่ได้ติดต่อกับคนเดินทางค่ะ


เราทำอะไร ?
๐ ด้านการบริการกับลูกค้า เราเสนอราคาตามความต้องการของบริษัททัวร์ที่ขอเข้ามา เช่น จัดเส้นทางการเดินทาง จะไปท่องเที่ยวที่ไหน นอนที่ไหน โรงแรมระดับไหน จะทานอาหารอะไร อย่างไร จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง  รวบรวมความต้องการที่อยากได้มา แล้วเราจะคิดราคาให้ ตกลงราคาได้ ก็จะจองให้ จัดการให้เสร็จสรรพ

บริษัทที่เป็น Land Operator แบบนี้ มีตำแหน่งงาน หรือลักษณะงานอย่างไร ทำอะไรมั่ง ?
๐ มี Land Operator ที่เมืองไทยหลายตลาดนะคะ เช่น ตลาดยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน เกาหลี อินเดีย ฯลฯ ขนาดเล็กใหญ่ของบริษัทต่างกัน Land บางแห่งทำเฉพาะ Inbound หรือ Outbound .. บริษัทของฉันทำทั้ง Inbound และ Outbound

สำนักงานที่กรุงเทพฯ น่ะ มีอะไรให้ทำ ?
๐ แผนก Sale และ Quotation
- ทำรายการและราคาขึ้นต้นกับเอเย่นต์ (บริษัททัวร์) สรุปราคา ปิดการขาย ตกลงกันได้แล้ว ก็ส่งงานต่อให้แผนก Operation

๐ แผนก Operation
- ฝ่ายปฎิบัติการที่ทำการจองทุกอย่างที่แผนก Sale ตกลงกับลูกค้าไว้ ปัญหามันจะมาเกิดก็ขั้นตอนนี้หล่ะ คำพูดที่ว่า " เซลล์คือความฝัน โอเปอเรชั่นคือความจริง " คือคำพูดเล่นๆ ที่พวกเราคุยกันเอง แต่มันจริงอย่างนั้น เพราะขั้นตอนแรกที่เซลล์ทำ เราเรียกว่า Based ว่าวันนั้นๆ จะไปไหนบ้าง โรงแรมระดับ 4 ดาวนั้นๆ ร้านอาหารจีน/ไทย/ท้องถิ่น จะเที่ยวที่ไหนบ้าง แล้วทั้งหมดที่จะใช้ มีราคาขายตามนั้น แต่สิ่งต่างๆ ยังไม่ได้จองทั้งสิ้น จนกว่าจะถึงมือ Operation พอเริ่มจอง อ้าว! มันไม่ได้อย่างที่อยากจะให้เป็นเย๊อะมากกกก ก็ต้องมาดูว่าจะต้องทำอะไร อย่างไร ..
- Operation ทำงานกับใครบ้าง - ติดต่อกับลูกค้า (บริษัททัวร์นั่นแหละ) กับเมืองนอก เรามีออฟฟิดอยู่ในแต่ละประเทศเหมือนกัน เช่น ไปอิตาลี เราก็จะติดต่อให้ Rome Office จองและจัดการสิ่งที่ต้องการในอิตาลี แต่เรามีแผนกรถ และ แผนกโรงแรมอยู่ในลอนดอนที่เป็นสำนักงานใหญ่


๐ แผนก Hotel Negotiator
- เริ่มเป็นงานด้าน Inbound บ้างแล้วค่ะ .. Negotiiator คือ คนที่ติดต่อกับโรงแรมในประเทศไทย และรอบๆ ขวานทองของเรา แถบอินโดไชน่า เพื่อทำ Contract Rate ต่อปี มีการไปเยี่ยมโรงแรม สำรวจสภาพโดยรวม ห้องพัก ล๊อบบี้ ฯลฯ ตกลงเงี่อนไขราคาที่ต้องใช้กันตลอดปีหรือช่วงเวลานึง
.. Negotiators ที่ออฟฟิดนี้ สาวสวยทั้งนั้น บุคลิกดี มาดดี และวาจาเป็นเอก .. น่าอิจฉาเวลาไป Inspect โรงแรม ได้เดินทางเยอะ และพักโรงแรมทุกระดับฟรีอีกต่างหาก ส่วนมากก็จะทำ Contract กับโรงแรม 3-5 ดาวเป็นส่วนใหญ่


๐ แผนก Hotel Data
- อีกคนที่ร่วมเดินทางไปกับ Negotiator เพื่อเก็บข้อมูลของโรงแรมทุกอย่าง มาใส่ข้อมูลในระบบเพื่อเป็นฐานข้อมูลว่า โรงแรมนั้นๆ กี่ดาว ห่างจากสนามบินแค่ไหน ใกล้อะไร มีกี่ห้อง มีอะไรน่าสนใจ ลักษณะห้องเป็นแบบไหน ตกแต่งอย่างไร .. คนเขียนข้อมูลของโรงแรมลงฐานข้อมูลของบริษัท

๐ แผนก Hotel Reservation
- จองโรงแรมตามที่ลูกค้า (บริษัททัวร์) ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Group Booking หรือ FIT Booking
FIT คือการจองห้องสำหรับลูกค้าเดี่ยวๆ จำนวนห้องแต่ละ 1 Booking จำนวนคนน้อยกว่า 10 คน แผนกนี้จะติดต่อกับโรงแรมโดยตรง ได้ผลอย่างไร ก็จะผ่านไปให้แผนก Operation ติดต่อกับลูกค้าเอง

๐ แผนก Services & Tour Co-Ordinator
- Services จะเป็นคนที่ติดต่อกับ Supplier เพื่อทำจองและคอนเฟิร์มทุกอย่างให้กับลูกค้า ได้แล้วจะส่งผลไปให้แผนก Operaton ไปคุยกับลูกค้าต่อเอง เช่น บริษัทรถ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไกด์ท้องถิ่น  ส่วน Tour Co-Ordinator คือ คนที่ประสานงาน รับเรื่อง และอำนวยความสะดวกให้กับกรุ๊ปเวลาที่อาจจะมีปัญหาอะไรก็ตามระหว่างการเดินทาง จะรับหน้าด่านจากหัวหน้าทัวร์ แล้วตามเรื่องกับภายในองค์กรแต่ละแผนกที่เกี่ยวข้อง .

๐ แผนก Data
- ติดต่อกับ Supplier เพื่อทำ Contract เช่น บริษัทรถ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไกด์ท้องถิ่น นอกจากติดต่อได้ราคามาแล้ว ต้องมาป้อนข้อมูลเข้าไปในเครื่องเป็นฐานข้อมูลที่ดึงราคาไปใช้ ดึงรายละเอียดของแต่ละอย่าง ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

๐ ยังมีแผนกอื่นๆ อีกนะคะ แผนกบัญชี แผนกคอมพิวเตอร์ แผนกบุคคล ฯลฯ

คุณสมบัติของคนที่ทำงานกับ Land Operator มีอะไรบ้าง ?
๐ ภาษาอังกฤษในการเขียน อ่าน พูด แบบสื่อสารได้ไม่ผิดสาร ถึงแม้บางแผนกจะติดต่อกับลูกค้า
ในเมืองไทยก็ตาม แต่เอกสารที่เราใช้ในบริษัท และติดต่อสื่อสารกันภายในองค์กร แต่ละออฟฟิดสาขาในต่างประเทศ และสำนักงานใหญ่ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดทุกแผนก ก็ใช่ว่าต้องเก่งภาษาอังกฤษมากๆ ซะทั้งหมดทุกคน ทุกแผนกนะคะ .. ภาษาอังกฤษของฉันก็พอสื่อสารแบบไม่ให้มันผิดสารได้แค่นั้นน่ะค่ะ คุยกับเมืองนอกได้ คุยกับเจ้านายรู้เรื่อง เพราะเจ้านายเป็นคนอังกฤษ .. แต่ถ้าเป็นคนที่ทำงานฐานข้อมูลอย่างแผนก Data / Hotel Data ต้องเขียนเป็นเรื่องเป็นราวมาก (ขนาดนี้ฉันไม่สามารถค่ะ) ข้อมูลที่เขียนนั่น ใช้ดูกันทุกๆ ออฟฟิดที่เรามีสาขาอยู่ทั้งหมด รวมทั้ง information บางอย่าง ใช้ส่งให้ลูกค้าด้วย .. ที่นี่เลยจะสัมภาษณ์ทั้งไทยและอังกฤษ ดูทั้งพูดและเขียนไปคราวเดียวกัน

.

๐ ทำงานภายใต้แรงกดดันได้ (ดี) โดยเฉพาะแผนก Sale กับ Operation
- แผนก Sale จะได้รับแรงกดดันจากลูกค้า
- แผนก Operation ก็จะได้รับแรงกดดันจากลูกค้าเช่นกัน เพราะต้องประสานงานต่อจากเซลล์ แต่จะมีความกดดันจาก Local Office แต่ละประเทศที่ต้องทำงานด้วย เมื่อจองโรงแรม รถ ร้านอาหาร  ยังมีความกดดันจากเวลา ที่เป็นเส้นตายกำหนดไว้ว่าต้องเสร็จวันไหน เวลาไหน พลาดหล่ะ เป็นเงิน หรือความเสียหายเป็นลูกโซ่กันเลย
.. ลูกค้าที่ติดต่อด้วยมักจะเป็นเจ้าของบริษัททัวร์มาคุยเอง โอ๊ยยย บางท่านอยู่ในวงการมา 20-30 ปีแล้ว คุยกับคนที่มีประสบการณ์มาเยอะๆ ทั้งดีและกดดัน ท้าทายดีนะ แต่ก็ทำให้เครียดไม่น้อย

๐ รักงานบริการ