น้ำในหูไม่เท่ากัน .. บ้านก็หมุน
posted on 02 Feb 2008 21:43 by moodeeหลายคนอาจจะเคยได้ยินมาแล้ว หรือคุ้นๆ ว่าเคยได้ยิน ฉันเคยได้ยินครั้งแรกตอนที่มีลูกค้าคนหนึ่ง คุณลูกค้าค่อนข้างสนิทกันหน่อยค่ะ ไม่สบายด้วย " โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือ โรค Meniere’s disease บางคนเรียกว่า โรคบ้านหมุน " จนเข้าโรงพยาบาลอยู่หลายครั้งเมื่อปีก่อน ..
เมื่อวานฉันมีนัดทานข้าวเย็นกับน้องสาวค่ะ เราอยู่กันคนละที่ ทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ เหมือนกัน คุยกันบ่อยทางโทรศัพท์ แต่ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก ฉันได้รับโทรศัพท์ว่า " เค้าแย่แล้ว เค้าเป็นลม หน้ามืด ปวดหัว จู่ๆ ก็เป็น เมื่อกี้นี้เอง "
พอได้เจอกัน น้องบอกไม่เคยปวดหัวมากขนาดนี้ ไม่เคยเป็นมากก่อน หมดแรง เดินไม่ไหว แล้วก็คลื่นใส้มาก ฉันพาน้องเข้าห้องน้ำในร้านอาหารใกล้ๆ ที่นัดหมาย อาเจียรเยอะมาก เหมือนมีอะไรอยู่ในท้องมากมายมาก่อน หลังจากมื้อกลางวัน น้องก็ยังไม่ได้ทานอะไร แล้วมื้อเย็นก็ทานอะไรไม่ลง ..
หลังจากที่คิดว่าได้พักสักพัก น่าจะดีขึ้น ทั้งยาดม น้ำร้อน ยาลม ก็เอาไม่อยู่สักอย่าง สุดท้ายก็ต้องไปโรงพยาบาลตอน 3 ทุ่ม กว่าจะถึงโรงพยาบาล 4 ทุ่ม คุณหมอฉีดยาให้เข็มแรก และรอดูอาการอย่างน้อย 45 นาที ก่อนจะฉีดยาเข็มที่สอง น้องยังอาเจียรอีกรอบที่โรงพยาบาล น้องบอกว่ารู้สึกตัวชาตอนที่ได้รับยาเข็มแรก จึงไม่มีการฉีดยาเข็มที่สองอีก
ผลการตรวจคุณหมอบอกว่า เป็น " โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน " น้องไม่ได้นอนที่โรงพยาบาล เพราะคนป่วยก็ไม่อยากนอน คุณหมอบอกว่าไม่ต้องนอนก็ได้ โรคนี้บรรเทาปวดได้ด้วยยาแก้ปวด ที่สำคัญคือการนอนหลับพักให้เพียงพอ พักผ่อนมากๆๆ อย่าเครียด! แล้วอาการจะดีขึ้น รวมทั้งควบคุมอาหารและดูแลตัวเองดีๆ สม่ำเสมอ
วันนี้ฉันได้คุยกับคุณลูกค้าคนนั้น เกี่ยวกับโรคนี้ค่ะ ได้รับคำแนะนำมาพอสมควร เป็นข้อมูลจากการคุยกับคนเคยป่วยด้วยโรคนี้ ฉันเก็บไปบอกต่อน้องสาวฉันด้วยค่ะ .. โรคนี้น่าจะเป็นกับคนอายุมากแล้ว แต่เดี๋ยวนี้โรคของคนอายุมาก คนอายุไม่เยอะ กลายเป็นว่าคนในวัยทำงานที่อายุน้อยๆ ก็สามารถเป็นโรคนี้กันมากขึ้น เพราะใส่ใจตัวเองกันน้อยลง
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน - ที่ไม่บ่งบอกอาการปวดล่วงหน้า บทจะปวดจะปวดขึ้นมาอย่างฉับพลัน รุนแรง หมดเรี่ยวหมดแรง กระทั่งไม่อยากจะลืมตา เดินไม่ไหว คลื่นใส้ อาเจียร.. ต้องนอนอย่างเดียว นอนมากๆ ไม่นั่ง ไม่เดิน ไม่ยืน สัก 2-3 ชั่วโมงอาการจะดีขึ้น บางคนอาจจะต้องนอนตลอดวัน หรือบางคนอาจจะพักมากกว่านั้น การฟื้นตัวของแต่ละคนแตกต่างกัน ..
พี่คนที่ฉันคุยด้วย บอกว่าเหมือนโรคสำออยเลย เวลาปวด จะปวดทันที รุนแรงจนทำอะไรไม่ได้ เคยปวดหัวมากจนลามถึงเบ้าตา ยืนไม่ได้ เสียศูนย์ และเดินไม่ไหว.. พอหายปวดก็หายสนิทเป็นปกติ สาเหตุของโรคยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ที่ทราบคร่าวๆ เป็นแล้วเป็นเลยเหมือนได้เพาะเชื้อไว้ในตัวเรียบร้อยแล้ว ..
ดังนั้นอย่าไปกระตุ้นให้เกิดโรคหรือกระตุ้นให้โรคนี้ได้กำเริบขึ้นมาอีก ..
๐> อย่านอนดึก ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับปกติคือ อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง หากพักผ่อนน้อยแล้วสะสมๆ ก็จะเป็นการสะสมโรคไปด้วยในตัว
๐> อย่าทานอาหารรสเค็ม
๐> อย่าเครียด จริงๆ อาการนี้ห้ามกันยาก แต่ต้องไม่สะสมมากๆ จนกลับมาทำร้ายตัวเอง
๐> งดหรือพยายามลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กาแฟ ชา
๐> กล้วยน้ำว้า ทานเยอะก็ดีมีประโยชน์ เป็นหน่วยเสริม ตัวช่วยเล็กๆ ในการซ่อมแซม : )
.
..
ตัวเราไม่ใช่หุ่นยนต์ หุ่นไม้ หรือ ตุ๊กตา ..
..
ใครที่มักจะนอนดึกๆ ก็ควรนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง ..
อย่าทำร้ายตัวเองทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วยตัวของเราเอง
อย่าเร่งการเจ็บป่วย ก่อนวัยอันสมควร ..
" ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ " นะคะ
.
.
ฉันเป็นคนนึงที่มักจะนอนดึกๆ ..
จากนี้ฉันตั้งใจจะดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ ไม่อยากมีโรคภัยไข้เจ็บค่ะ
ฉันเห็นน้องแล้วกลัวเลย ดูทรมานมากเลยนะคะ คนป่วยทรมาน คนที่ห่วงใยก็ทรมานใจไม่น้อยไปกว่ากัน
.
...
หากใครสนใจ มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ >> " โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน - Meniere’s disease " ค่ะ
รักษาสุขภาพนี่เรื่องใหญ่เนอะ
#1 By vinn* on 2008-02-02 22:05