คุณมีความจำดีไหมคะ ?
หมายถึงจำเรื่องราว จำรายละเอียด จำโน่นนี่ ที่อาจจะต่างกับความทรงจำ
ที่มันอยู่ในใจเราเอง ( อย่างนั้น.. มักจะจำได้ จำดี จำเสมอมิลืมเลือน )
จะพูดถึงเรื่องที่ต้องจำ หรือผ่านเข้ามาแล้ว อ๋อ จำได้ บอกเล่าได้ บอกต่อได้อย่างไม่เลอะเลือน บิดเบือน หรือผิดพลาด

ฉันเคยคุยกับเพื่อนเรื่องระบบความจำ .. ที่เป็น ที่ใช้กันอยู่ โดยอัตโนมัติของแต่ละบุคคล
.. เพื่อนฉันคนนึง บอกว่า เค้า " จำแบบถ่ายภาพ " มันต้องเชื่อมโยงกันกับไปหมดกับสภาพแวดล้อมที่เห็นหรือถ้ามองแผนที่โลก งานที่ฉันทำจะเกี่ยวกับด้านยุโรป เพื่อนฉันก็จะจำเก่งมากว่าประเทศไหนอยู่ตรงไหน เมืองนี้อยู่บน อยู่เยื้องไปทางซ้าย ขวา ติดกับเมืองนั้น หรือใกล้กับอีกเมืองมากกว่า .. เค้าบอกว่า เวลามองแผนที่ มองแล้วให้มันซึมเข้าไป แล้วพอจะนึกถึง  เค้าจะทำมือบอกตำแหน่งแต่ละจุดแล้วร่างคร่าวๆ มาบอกกล่าวคนอื่นต่อได้ ..

จำแบบนี้ ^^
ฉันอยากจำให้ได้จังเลยค่ะ " จำแบบถ่ายภาพ " นี่ ไม่รู้จะต้องฝึกอย่างไร ให้ระบบความจำของตัวเองเป็นได้อย่างนั้น

.. น้องที่ทำงานกับฉัน บางทีบอกว่า ฉันก็จำเก่ง เอาเฉพาะเรื่องงานนะคะที่ได้คุยกันตรงนี้  .. วันหนึ่งๆ ฉันอ่านเมล์เกี่ยวกับงาน โดยเฉลี่ยอย่างน้อยร้อยเมล์ ยังไม่รวมที่ต้องตามอ่านเรื่องอื่นๆ ได้จากเครื่องที่ไม่ใช่ส่งกันผ่านเมล์ในระบบเครือข่ายของบริษัทที่เชื่อมโยงกันทุกสาขา เพื่อการทำงานตัวเดียวกัน  .. เมล์ที่จะได้รับเมล์ของลูกน้องที่ต้องอ่าน แล้วส่งต่อให้เค้าเดินเรื่องต่อ หรือเป็นแค่คนอื่นส่งมาแล้วสำเนาถึงฉัน  อีกส่วนเป็นเมล์ของตัวเองโดยตรงที่ได้รับจากหัวหน้า จากเจ้านาย จากเพื่อนร่วมงานแผนกอื่นๆ ที่มีข้อมูลล่าสุดต้องรับรู้ทั่วถึงกันแล้วนำไปใช้งานต่อ  
... น้องๆ แต่ละคนจะต้องจำเรื่องที่เกี่ยวกับงานที่เค้ารับผิดชอบ แล้วดำเนินงานต่อให้เรียบร้อย .. บ่อยๆ ฉันถามเรื่องนั้น เรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง ไปถึงไหนแล้ว ปรากฎว่าเจ้าของเรื่อง ลืม ! จำไม่ได้ว่าอะไรเกิดขึ้น  ..

เมื่อก่อนตอนฉันเข้างานใหม่ๆ ฉันบรือมากเลย ที่มีเรื่องต้องจำๆ เพื่อไม่ให้งานหลุด เคยถามหัวหน้าว่า ทำไมจำอะไรได้เยอะจังคะ เรื่องนั้น เรื่องนี้ ถามแล้วปิ๊ง จำได้เลย!!  .. หัวหน้าฉันบอกว่า ก็ตั้งใจอ่าน  อ่านผ่านๆ ตาสำหรับเรื่องที่ไม่สำคัญมาก ไม่ได้จำทันทีทั้งหมด แต่พอถูกถามถึงอีกครั้ง มันจะถูกดึงมาได้เอง น่าจะคล้าย ๆ เปิดลิ้นชัก ..

เวลาผ่านไป .. ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าความจุในสมองของฉันเองมันเพิ่มขึ้นเป็นกี่กิ๊กกะไบร์ .. ฉันอ่านเรื่องราว อ่านข้อมูลเพื่อใช้งาน ให้ผ่านตา แล้วมันก็จำได้เอง  แต่ความจำของฉันไม่เหมือนอย่างที่เพื่อนฉันที่พูดถึงบอกนะคะ คนที่จำแบบถ่ายภาพนั่น  .. ฉันอธิบายลำบาก จำเป็นเรื่องๆ ได้ จำโน่นจำนี่ได้  บางทีไม่ได้ตั้งใจจำขนาดนั้น แต่มันรับรู้แล้ว ผ่านตาแล้ว มันจำไป(เอง)แล้ว ..

 

แต่ระยะหลังๆ  เป็นมาปี สองปีแล้วค่ะ ชักไม่ค่อยอยากจำอะไรมากๆ แล้ว  
พอไม่อยากจำเท่าเมื่อก่อนที่เคยเป็น .. เลือกที่จะอ่านๆ ผ่านๆ จำได้แต่ไม่แม่น   เป็น
ลักษณะอ่านแล้วไม่จำ คุ้นๆ แต่ไม่แน่ใจแบบนั้น

ฉันนั่งทำงานวันเสาร์ครึ่งวัน น้องที่ทำงานมาถามเรื่องเกี่ยวกับงานที่เป็นข้อมูลเดิมๆ ฉันตอบน้องไปว่า " จำไม่ได้แล้ว ขอหาหน่อย ต้องค้นข้อมูล "  นึกไม่ออกเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้  ผ่านตามาด้วยหรอ หรือเคยมีรึปล่าว ?! 
เอ๊ !!  ชักสงสัยตัวเองว่า ระบบความจำมันเสื่อมลงซะแล้วมั้ง หรือไม่ได้เปิดปลากระป๋องที่ทำ
จากปลาชาร์ดีนไปซะนาน  เอิ๊กกก ฉันเคยเขียนเรื่องปลาชาร์ดีนกับความจำ  โอ้เจ้าชาร์ดีนที่รัก  ไว้ในเอนทรีเก่าๆ ค่ะ

เคยมีฟอร์เวิลด์เมล์เก่าๆ ค้างอยู่ในกล่องรับเมล์ฉันเกี่ยวกับเรื่องความจำ
ฉันตั้งใจว่าจะลองทำสักหน่อย ถ้าไม่ยุ่งยากอะไร ลองดูก็ไม่เสียหายนินา .. อ่านๆ ดู บางข้อที่พูดถึงฉันก็ทำอยู่แล้ว อย่างข้อ 3 " จดไว้ให้จำ " หลายเรื่องสำคัญที่ต้องทำ ฉันมักจะจดๆๆ ไว้ค่ะ แล้วขีดทิ้งทีละเรื่องๆ เมื่อทำไปเรียบร้อยแล้ว ...
.

15 วิธีลับสมองให้ความจำดีขึ้น  .. คำแนะนำเพื่อความจำที่ดี

1. หาเวลาที่เหมาะที่สุดกับการใช้ความคิดของเราในแต่ละช่วงวัน แต่ละคน แต่ละวัย จะมีช่วงทองให้กับการคิดไม่เหมือนกัน ว่ากันว่าคนมีอายุแล้ว สมองจะเคลียร์ที่สุดก็เป็นช่วงเช้า พวกหนุ่มๆสามวๆนั้นกว่าจะมีสมาธิในการคิดได้ก็จะเป็นช่วงบ่าย ดูตัวเองว่าความคิดดีดีของเรานั้นมักจะมาในช่วงไหน แล้วเก็บช่วงนั้นไว้สำหรับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์

2. หาความรู้อยู่เรื่อยๆ...รู้แบบกว้างๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ลึกไปซะทุกอย่าง แต่ความรู้ที่สะสมมาจากทุกเรื่อง จะช่วยต่อยอดกับข้อมูลใหม่ๆให้เข้าใจได้ง่ายๆขึ้น

3. " จดไว้ให้จำ " เครื่องช่วยจำที่ดีที่สุด ก็คือ จดทุกอย่างลงในกระดาษ เขียนไว้กันลืม สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า  " ถึงแม้ว่าหยดหมึกที่จางที่สุดก็จะอยู่ได้นานกว่าความจำที่ว่าแม่นที่สุด "

4. เพิ่มพลังกับกาแฟ..แต่แค่ถ้วยเดียวพอนะ ที่จะช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าเวลาเครียดๆละก็ห้ามเด็ดขาดเพราะจะทำให้ฟุ้งซ่านมากกว่าเดิม

5. โยงเรื่องใหม่กับความจำเดิม ให้คิดซะว่าความคิดหรือความจำที่มีอยู่เดิมนั้นเหมือนกับตุ๊กตาที่ถูกแขวนไว้กลางอากาศ กำลังรอข้อมูลใหม่ๆเข้าไปปะติดปะต่อ อย่าปล่อยเรื่องใหม่ๆ เข้าไปอย่างไม่มีจุดเชื่อมโยง เช่น ถ้าจะจำชื่อคน ก็ลองโยงความหมายหรือเสียงของชื่อนั้นเข้ากับสิ่งต่างๆที่เราคุ้นเคย

6. ฝึก..ฝึก..ฝึกจำอยู่บ่อยๆ ถึงอายุอ่อนกว่าแค่ไหน แต่ถ้าไม่เคยฝึกท่องจำเลย ความจำก็อาจจะสู้คนแก่ไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อลองนึกดูสิว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนทำไมเราถึงไม่ลืมสูตรคูณ ที่เราท่องตั้งแต่ยังเด็กล่ะ

7. ควรให้เวลาสมองได้รับเรื่องตลกๆหรือได้คิดอะไรที่ไร้สาระบ้าง เป็นการให้ความคิดของเราได้พักผ่อน

8. รู้จักดัดแปลงความคิดสร้างสรรค์ มันมักจะเกิดขึ้นมาได้จากบางอย่างที่เราคุ้นเคยนั่นล่ะ จะเชื่อมั้ยล่ะ ถ้าบอกว่าวิธีเปิดฝากระป๋องแบบดึงขึ้นนั้นน่ะ ต้นตอมาจากการปลอกเปลือกกล้วยนั่นเอง

9. คบเพื่อนที่ฉลาด มีความคิดกว้างๆ .. แล้วคำโบราณที่บอกว่าคบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผลนั่นน่ะมันเป็นความจริง การที่เราได้อยู่ใกล้กับคนที่มีความรู้ เป็นคนฉลาดที่เปิดรับความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอนั้นจะช่วยให้เราได้คิดตาม และฝึกสมองอยู่บ่อยๆ

10. เลียนแบบลีโอนาโด .. หมายถึง ลีโอนาโอ ดา วินซี มีวิธีมากมายที่ดาวินซีใช้สร้างสรรค์งานของเขาง่ายๆ ก็คือ ลองเขียนภาพจากมือที่ไม่ได้ถนัด

11. เอาใจใส่ เคยมั้ยที่เวลาได้เจอใครๆกลับจำไม่ได้ว่าเขาชื่ออะไร ที่เป็นปัญหาอาจจะไม่ใช่เรื่องของความจำแต่เป็นเรื่องของการใส่ใจ ถ้าเราใส่ใจกับคนๆนั้น หรือสิ่งนั้น เราจะจำได้มากกว่าที่เป็น

12. ฟังเพลง " โมสาร์ท " ก่อนนอน เปิดงานของโมสาร์ทฟังซักหนึ่งรอบ จะช่วยเรื่องความจำดีขึ้นได้

13. ออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจนที่ไม่ใช่แค่ให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แต่หมายถึงสมองได้รับออกซิเจนมากขึ้นด้วย

14. ลองทำสิ่งใหม่ๆจะได้มีแนวความคิดที่แปลกใหม่อยู่เสมอ

15 ตัดเครื่องรบกวนสมาธิทั้งหมด ขึ้นป้าย Don't Disturb! ติดไว้ข้างตัว เวลาที่งานนั้นต้องใช้ความตั้งใจและมีสมาธิอย่างสูง และทางที่ดีดึงสายโทรศัพท์ออกไปไม่รับสายเข้าเลยดีกว่า
. .. . . . . .

หากคุณสนใจ 15 วิธีลับสมอง อย่างข้างบนนั้น ลองทำดูนะคะ       .