นานแล้วค่ะ หลายปีมากแล้ว ที่ผ่านพ้นช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่ได้ทำอะไรอย่างนี้ด้วย .. ฉันอยู่ชมรมที่มีงานค่ายอาสาพัฒนาปีละครั้ง ฉันเคยไปค่ายมา 4 ครั้งด้วยรสชาดงานค่ายแต่ละปีต่างกันไปตามเวลาเมื่อวันที่ฉันเป็นน้องและวันที่ฉันเป็นพี่  เวลาที่ต่างกันเพื่อนร่วมทางที่ต่างไป มันมีอะไรที่ได้ให้ ได้รับแตกต่างกันอยู่เยอะทีเดียว แต่ที่เหมือนๆ กันคงจะเป็นความสุข ประสบการณ์ดีๆ ทำให้นานแค่ไหน ก็ประทับใจไม่เคยลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ละค่าย แต่ละครั้งเลย .. 

ช่วงพักเที่ยงของฉันในร้านขายข้าวราดแกง ตึกแถวใกล้ๆ กับที่ทำงานฉันเอง .. น้องนักศึกษาถือกล่องกระดาษสี่เหลี่ยม เดินเข้ามาระหว่างที่คนในร้านกำลังต่างทานอาหารกัน น้องบอกเรื่องราวกิจกรรมงานค่ายและขอรับบริจาคแล้วแต่ศรัทธา .. ฉันหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ให้อย่างเต็มใจ .. จริงๆ แล้วที่ผ่านมาก็เคยเห็นน้องๆ แต่งชุดนักศึกษาร้องเพลง เล่นกีต้าร์  ตีกลองบองโก ริมฟุตบาธหรือใกล้ๆ กับทางขึ้น-ลงสะพานลอยคนข้าม ฉันมักจะร่วมสมทบทุนงานค่ายของน้องๆ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่เดินผ่านหรือได้เห็นหรอกนะคะ ขึ้นอยู่กับจังหวะและความสะดวกเวลานั้นๆ ด้วย .. 

ฉันคิดถึงสมัยออกค่ายอาสาพัฒนาฯ ที่ฉันเคยผ่านมา .. ช่วงก่อนจะมีกำหนดการไปค่ายกัน พวกเราช่วยกันหาทุนเพื่อไปออกค่ายด้วย   โชคดีนิดหน่อยที่ได้เงินจากกองกิจกรรมบ้างแต่ก็ไม่มากนัก บางส่วนเป็นเงินที่ได้จากเพื่อนๆ ที่สมัครไปออกค่ายด้วยกันก็ไม่ได้เยอะมาก .. ฉันเคยไปออกค่ายครึ่งเดือน ค่าใช้จ่าย ค่าเดินทางที่ร่วมกิจกรรมค่ายครั้งนึง 79 บาท น่าจะเป็นครั้งน้อยที่สุด ซึ่งน้อยมากนะคะ สำหรับการใช้ขีวิตที่ไหนสักแห่งถึงครึ่งเดือน ..

ตอนโน้นเรามีขอสปอนเซอร์จากบริษัทต่างๆ  อย่างเช่น บริษัทปูนซีเมนต์  เครือสหพัฒน์  และสำนักพิมพ์หนังสือบางแห่ง .. เรามีพิมพ์จดหมายเป็นเรื่องเป็นราว มีชื่อโครงการ มีวัตถุประสงค์  วัน-เวลา  สถานที่ที่จะไปค่าย .. เราไม่ได้ต้องการเฉพาะเงิน งานค่ายที่ทำไปเป็นงานก่อสร้างอาคาร  ถังเก็บน้ำฝน  ส้วมซึมในหมู่บ้านไกลๆ ที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาใช้  .. บางครั้งเราก็ได้อุปกรณ์ในการก่อสร้างมา  ได้อาหารแห้ง หรือได้หนังสือไปฝากเด็กๆ ในหมู่บ้านไว้อ่านเล่นๆ  ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะโชคดีอย่างนี้ แต่ยังพอมีผู้ใหญ่ใจดีอยู่บ้าง ..

ฉันชอบเวลาที่พวกเราหลายๆ คนช่วยกันสกีนเสื้อยืด  ทำสติ๊กเกอร์  ทำสมุดไปขาย .. เราขายของเกินราคาที่มันควรจะเป็นด้วยค่ะ แต่เจตนาเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งของเล็กน้อยนั่นกับเงินเพื่อนำมาสมทบทุนมากกว่า .. สติ๊กเกอร์ใบเล็กๆ เท่าที่รองแก้ว ขายราคาใบละ 15 บาท  ต้องขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ช่วยกันออกแบบสติ๊กเกอร์ ข้อความบนสติ๊กเกอร์ บนเสื้อสกีน หรือปกสมุดที่บอกเรื่องโครงการค่าย วันเวลา ที่ไหนสั้นๆ  ทำให้บางครั้งเราได้เงินสมทบทุนมากกว่าราคาที่กำหนดซะด้วย พวกเรามักจะตอบแทนกลับด้วยรอยยิ้มกว้างๆ พร้อมคำขอบคุณจากใจ ..

ฉันเคยได้ยินเสียงจากคนที่เดินอยู่ใกล้ๆ ริมทางเดินบนถนนซีเมนต์เดียวกันนี่โดยบังเอิญว่า " เด็กๆ พวกนี้ทำไมมาทำอะไรอย่างนี้ ... "  ฉันเคยได้ยินแล้วผ่านเลยไป .. จนกระทั่งวันนี้เสียงจิ๊จ๊ะลงในลำคอเหมือนจะหงุดหงิดน้องนักศึกษาที่ถือกล่องพูดๆ อยู่ตรงหน้าของคนที่นั่งทานอาหารโต๊ะข้างๆ ดังขึ้นมา   กลายเป็นว่าฉันแอบหงุดหงิดเค้าแทนซะนี่ ..
 
ฉันมีความเชื่อว่าน้องๆ ที่ถือกล่องมาเรี่ยไรเพื่อสมทบทุนงานค่าย เอาไปใช้งานค่ายเอาไปทำกิจกรรมกันจริงๆ 
แต่นึกสงสัยขึ้นมาว่า ..
ก่อนจะเป็นค่ายอาสาพัฒนาชนบทของน้องๆ วิถีของงานค่ายอาสาฯ ในปัจจุบันนี้
มันต่างกับ " สมัยเมื่อฉันออกค่ายอาสาฯ.. " ไปมากแค่ไหน .....................
 

.

 .

. ดอกไม้ให้คุณ ~ น้าหงา - คาราวาน

..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ้าว เจอคอออกค่ายเหมือนกันแล้วสิเนี่ย
ผมก็ชอบออกค่ายเหมือนกันครับ
แต่ว่าไม่ได้ไปกับค่ายอาสาซักที

ตอนเรียน ป.ตรี ผมไปกับค่ายชมรมอนุรักษ์ครับ

เกือบได้เป็นรองประธานชมรม แต่ขอสละสิทธิ์ก่อน เพราะว่าต้องไปทำงานในสโสรนิสิตครับ

ก็เสียดายเหมือนกัน แต่ว่ายังไงก็ยังรักชมรมเหมือนเดิมนะครับ

อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
"ต้นไม้ สายธาร ขุนเขา และเผ่าชน"

อาสาพัฒนา
"รักเพื่อน คิดถึงพี่ เป็นห่วงน้อง"

#1 By apple666 (Nopphasul) on 2007-12-01 01:56

ทำค่ายมาสี่ปีสี่ครั้งเหมือนกันค่ะ
เป็นค่ายคณะ ไปสอนหนังสือเด็ก
พอดีคณะจะมีงบไว้ให้ทำกิจกรรมอยู่แล้วเลยไม่ต้องหาสปอนเซอร์มาก ถ้าจะหามักหาเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ มากกว่า

ค่ายอาสาคงเปลี่ยนไปแล้วตามยุคสมัย
เราดูจากแต่ละค่ายที่เรากลับไปเยี่ยมน้องน่ะค่ะ
บางครั้งจะแอบรู้สึกว่า ความคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ มันลดลง
แต่เราก็ทำได้แค่คุยกับเพื่อน ๆ เตือนได้ก็เตือน
นอกจากนั้นก็ทำอะไรไม่ได้มาก
ยุคสมัยเปลี่ยน ความคิดคนค่ายก็เปลี่ยนไปล่ะค่ะ

#2 By มโนภาพ on 2007-12-01 02:09

ตอนเรียนไปออกค่ายแค่หนเดียว
..
แต่ก็สนุกดี ได้บรรยากาศที่ไม่ค่อยคุ้นเคย
ได้มิตรภาพ และ ได้ความทรงจำ
..
..
อืม แต่ที่อยากบอกว่าโดนกับ entry นี้มาก ๆ คือ
เพลงนี้แหละ เพราะ สองสัปดาห์ที่ผ่านมา โหลดเพลงเพื่อชีวิตลง mp 3 ฟังแต่เพื่อชีวิตทุกวัน และเพลงนี้ ก็เป็นเพลงที่เลือกฟังบ่อยมาก ๆ ชอบหลายเพลงของลุงหงา....surprised smile

#3 By black on 2007-12-01 03:01

ไม่เคยออกค่ายเลย..
แต่เคยช่วยอุดหนุน สมุดของชาวค่าย..

big smile big smile

#4 By 1411 on 2007-12-01 08:16

ได้ออกค่ายบ่อย
ชอบมาก ส่วนมากก็ไปสร้างอาคาร ทาสี อะไรประมาณนั้น สิ่งที่ได้จากที่ค่ายมากมายจริงๆ ได้เพื่อน ได้มิตรภาพระหว่างชาวบ้าน ได้ความสุขใจ ที่สำคัญสนุกอ่ะ ชอบที่สุดเลย เขาว่ากันว่าถ้าใครไม่เคยไปค่ายตอนอยู่มหาลัย
เหมือนผู้นั้นยังเรียนไม่จบปริยญานั้นเอง เพราะไม่จบปริญญาชีวิตนั้นเอง 5555 ประมาณนั้น

#5 By poo-picca on 2007-12-01 08:34

วิถีต่างกันครับ ตอนนี้ก็มีคนมาเล่าเรื่องกาำรทำค่ายในม.หนึ่งให้ฟัง อาจเป็นเพราะเป็นค่ายแรกอะไรก็ยังไม่พร้อม ยังไม่มีมุมมองชัดเจนเกี่ยวกับเืรื่องค่าย ฟังแล้วก็นึกสะท้อนใจเหมือนกัน แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตามเวลา เหมือนกับที่เพลงบางบทที่แต่ก่อนไม่เคยพลาดในค่าย แต่ทุกวันนี้กลับไม่มีคนรู้จัก

คงได้แต่หวังว่าสิ่งที่เขาจะทำมันเกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นจริง
สนุกดีออกค่าย
แต่ส่วนใหญ่ เงินที่ได้นอกจากขอจากสปอนเซอร์
จะเป็นเงินที่ได้จากการ ปลูกผักขาย ขายไก่ ขายไข่
ที่จากกระท่อม (ชมรม) และเหล่าสมาชิกช่วยกันทำ

สนุกดี เวลามีงานก็ไปออกร้าน ขายลาบ ข้าวเหนียวส้มตำ

ขายข้าวแกง เก็บเงินเข้ากระท่อม ไว้ไปออกค่อย

ไม่ค่อยได้ไปเดินขอรับบริจาคสักเท่าไร




คิดถึง

รักษาสุขภาพเด้อ
อยากลองไปออกค่ายมั่งจัง แต่คงยังไม่ถึงเวลา...big smile

#8 By yueliang de mama on 2007-12-01 14:28

ชอบออกค่ายมากค่ะ แต่ไม่ได้ไปค่าย ชมรมอาสาพัฒนา เพราะตอนปีหนึ่งอยากออกค่ายมาก แต่เพื่อนในเอกไม่มีใครชอบออกค่ายเลย

ค่ายที่ไปเป็นค่ายคุรุทายาท ของชมรมคุรุทายาท ส่วนที่ไปทุกรอบที่จัดคือค่ายวรรณกรรมสัญจร เพราะชอบการเขียน ค่ายอนุรักษ์ก็เคยร่วมหลายครั้งค่ะ

สมัยนี้เห็นเด็กนศ. มาถือกล่องแล้วก็พูดๆๆ ตามร้านต่างๆ เป็นเด็กมาจากม.รามฯ หาเงินไปช่วยค่ายที่บุรีรัมย์ แต่ว่าก็ว่าเถอะ มาที่ร้านฉันติดกัน 2 ปีแล้ว แถมเป็นค่ายที่ไปบุรีรัมย์ทั้ง 2 ปี ครั้งแรกด้วยความเอ็นดู และเห็นแก่ความพยายามที่อุตส่าห์เดินเพื่อพูด บรรยาย เรี่ยไร ฉันให้ไป 200 บาท แต่ปีถัดมา ค่ายเดิม จากม.เดิม ฉันอดแคลงใจนิดนึงก็เลยให้ไป 50 บาท แหะๆ ก็ทำไมไม่ไปทำค่ายที่อื่นบ้าง ร.ร. นี้ไปทุกปีเลยหรือไงsad smile

#9 By นกจร on 2007-12-01 15:50

เคยไปออกค่ายอาสามาเหมือนกันค่ะ มีโอกาสได้ไป2ครั้งเอง(จริงๆอยากไปมากกว่านี้) ค่ายที่เราไปเป็นค่ายสอนค่ะ เด็กๆน่ารักมากๆๆๆ ยิ่งเด็กตัวเล็กๆนี่ ทำเอาเรากับเพื่อนๆตกหลุมรัก อยากอุ้มกลับบ้านกันเลย อิอิ
เวลาออกค่าย จะใช้เงินคณะส่วนนึง(เงินคณะมาจากขายสมุด ขายโปสการ์ด ขายเฉาก๊วย ฯลฯค่ะ)บวกกับเงินส่วนตัวของเพื่อนๆ มีสปอนเซอร์และก็ของบริจาคจากเพื่อนๆเป็นหลัก ยกโขยงกันไปออกค่าย ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่มีความสุขจริงๆค่ะbig smile

#10 By ::SeaL World:: on 2007-12-01 17:29

ไม่เคยร่วมกิจกรรมพวกนี้เลยค่ะ

แต่ถ้าถามว่าพวกงานหารายได้อย่างพวกขายสมุดเนี่ย ชอบค่ะ 555
มันสนุกดีนะ ได้ลงแรงกับเพื่อนๆ แล้วก็ชื่นใจในสิ่งที่ได้รับกลับมา
แต่ในความตั้งใจบริสุทธิ์อย่างที่พวกคุณmoodeeและเพื่อนๆช่วยกันทำนั้น คงอิ่มใจกว่ากันเยอะ big smile

คิดว่าขึ้นมหาลัยคงได้ออกค่ายกับเขามั่ง double wink

#11 By vinn* on 2007-12-01 19:27

ช่วยงานอาสาสมัครแถบๆ ในเมืองบ้างค่ะ
แต่ยังไม่เคยขึ้นดอย ออกต่างจังหวัด แม่ไม่ยอม sad smile

#12 By แก้ว on 2007-12-01 20:07

สนิทกับพี่คนนึงที่ชอบออกค่ายมากๆด้วยค่ะ เป็นเด็กกิจกรรมตัวจริงจนสมัยเรียนเกือบจะเรียนไม่จบเอา

ทุกวันนี้แก่แระ เขายังบ่นว่าอยากจะไปออกค่ายอยู่อีกเลย555 น่าแนะนำให้รู้จักคุณหมูดีจังเลยนิopen-mounthed smile

#13 By SiLLY OLD WaeW on 2007-12-01 23:15

เข้ามาอ่านพอดี "โดน" เลยค่ะพี่หมูดี.. กลิ่น "ค่าย" อบอวลเลยล่ะคะ

สมัยพลอยจ๋าเรียนป.ตรี นอกจากจะสุ่มหัวอยู่ชมรมพุทธศาสนาแล้วพลอยจ๋าก็เป็นชาวค่ายด้วย(เหมือนกัน)นะค่ะ กิกิ ทั้งค่ายในมหาลัย และค่ายนอกที่โดนถีบ เอ้ย เลือกไป อย่างค่าย "รัฐบุรุษ"(แต่ก็มีสตรี ศรีสยามเยี่ยงพลอยจ๋าด้วย กิกิ) เนื้อหาโดยรวม ขึ้นชื่อว่า "ค่าย" พลอยจ๋าว่ามันไม่เปลี่ยนตามกาลเวลาแน่ๆล่ะคะ แต่รูปแบบของค่าย ของเงินและสิ่งของที่สนับสนุน อาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามหน่วยงานที่ค่ายนั้นๆสังกัด และตามทรัพยากรบุคคลในค่ายนั้นๆน่ะคะ

แต่ยังไงซะ "ค่าย" ก็คือ "ค่าย" คือ ที่ๆ ไม่สามารถมองเห็นคนนั่งหน้าผ่องด้วยบลัชออน ลิปสติกและฟุ้งด้วยน้ำหอม นับเบอร์นั้น นัมเบอร์นี้ กิกิ.. ทุกกลิ่นมันจะหล่อหลอมรวมกันเป็นกลิ่นเหงื่อไคล้และความสามัคคีและความขี้บ่น(กิกิ)เป็นบางเวลา..

ว่าแล้วก็อยากเป็นเพื่อนโดราเอมอน จะขอใช้ไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปเริ่งร่าสมัยขึ้นชื่อว่า "ข้าก็..เป็นเด็กค่าย" .. จังค่ะ

surprised smile surprised smile surprised smile

#14 By พี่พลอยจ๋า on 2007-12-01 23:42